NEWS

/storage/uploads/news/thumbnails/news-aug-06-2018-main-1.jpg
Aug
06
2018

ที่ปรึกษากลุ่มบริษัทดีที ผศ. พงศ์พร สุดบรรทัด แบ่งปันองค์ความรู้การฟื้นฟูชุมชนริมคลอง

วันที่ 25 กรกฎาคม 2561, กรุงเทพฯ – ผศ. พงศ์พร สุดบรรทัด ที่ปรึกษากลุ่มบริษัทดีที แบ่งปันประสบการณ์ด้านการช่วยเหลือชุมชนริมคลองที่งานสัมมนา MIT Sloan – Sasin Action Learning Conference ณ สถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจศศินทร์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

คุณนิกม์ พิศลยบุตร พิธีกรในงานสัมมนาแนะนำผศ. พงศ์พร หรือ อาจารย์ตั้มว่าเป็น “ตำนาน” ในการมีส่วนร่วมอย่างสำคัญด้านการวางแผนแม่บทโครงสร้างพื้นฐานรับบคลองและการจัดระเบียบชุมชนร่วมกับหลายภาคส่วน ในการสร้างความเข้าใจตรงกันที่เปลี่ยนสภาพของชุมชนแออัดในคลองลาดพร้าวที่เต็มไปด้วยบ้านเรือนที่ปลูกรุกล้ำลำคลองและสิ่งปฏิกูลเน่าเหม็นที่มากับสายน้ำอันเป็นอุปสรรคอย่างยิ่งในการระบายน้ำและการปรับสภาพความเป็นอยู่อันเสื่อมโทรมของชุมชนริมคลอง

หลังกลับมาจากการใช้ชีวิตทำงานที่นิวยอร์คและฟลอริด้ามาหลาย 10 ปี อาจารย์ตั้มต้องตกใจกับสภาพแวดล้อมของชุมชนและสภาพน้ำในคลองลาดพร้าวที่ดำและสกปรก ซึ่งแตกต่างจากลำคลองที่เขาเคยทั้งชื่นชมและว่ายน้ำเมื่อตอนเป็นเด็ก เนื่องจากคุณพ่อคุณแม่ย้ายบ้านจากนางเลิ้งริมคลองผดุงมาอยู่ใกล้คลอง

ลาดพร้าว กลับจากอเมริกาเห็นคลองที่เคยใสชุมชนริมคลองที่เคยสวยสกปรกเน่าเหม็น เด็กยากจนและผู้คนที่ไปเกี่ยวข้องกับการพนัน ยาเสพติด เงินกู้ดอกเบี้ยโหดนอกระบบ และการเก็บค่าเช่าบ้านผิดกฎหมาย รู้สึกแย่หดหู่มากๆ แต่ความแย่เหล่านั่นกลับกระตุ้นให้ผมต้องทำอะไรบางอย่าง” อาจารย์ตั้มกล่าว “ผมเริ่มฝันถึงการเปลี่ยนแปลง โดยตอนแรกนั้นมันคือภาระกิจที่ต้องทำฝันที่ใครๆก็คิดว่าเป็นไปไม่ได้”

อาจารย์ตั้มกล่าวกับผู้เข้าร่วมฟังสัมมนาที่เป็นระดับผู้บริหารว่าการทำความเข้าใจให้ทุกคนเห็นถึงประโยชน์ในการทำแผนแม่บทระบบโครงสร้างพื้นฐานของคลองมีส่วนช่วยในการสร้างความไว้วางใจผ่านกิจกรรมแนวสร้างสรรค์ที่เกี่ยวข้องกับการวางแผนจัดระเบียบชุมชนโดยชุมชนร่วมกันกับภาครัฐ รสถาบันการศึกษา กทม รัฐบาล รวมถึงผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในพื่นที่และองค์กรอื่น ๆ “ถ้าปราศจากความไว้เนื้อเชื่อใจจากชุมชนในพื้นที่ริมคลอง จากกลุ่มบริษัทดีทีและ MQDC ซึ่งมีผู้นำคือคุณทิพพาภรณ์ อริยวรารมย์ มหาวิทยาลัย และหน่วยงานต่าง ๆ ผมจะไม่สามารถทำภารกิจให้สำเร็จและทำความฝันร่วมกับทุกๆคนให้เป็นจริงได้ครับ”

“ทีมงานอาสาสมัครในการทำแผนแม่บทหรือมาสเตอร์แพลนต้องทำงานภาคปฏิบัติในพื้นที่คลองอย่างต่อเนื่องเป็นเวลาหลายปีจนได้รับความไว้วางใจจากชุมชน แรกเริ่มนั้นชุมชนส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วยเนื่องจากพวกเขาต้องย้ายจากฝั่งคลองไปอยู่บนบก ทีมงานแผนแม่บทร่วมกับภาครัฐใช้เวลาประมาณสองปีในการพัฒนาความเข้าใจซึ่งกันและกัน พวกเราแสดงให้เห็นว่าพวกเขาจะมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นและมีสภาพคลองที่ดีกว่าเดิม”

แผนแม่บทหรือมาสเตอร์นั้นที่ริเริ่มโดยอาจารย์ตั้มนั้น ได้รวบรวมความคิดเริ่มจากชุมชนร่วมกับ ภาครัฐ มหาวิทยาลัย อาสาสมัครวิชาชีพ และเจ้าหน้าที่ภาครัฐมากมายจากหลากหลายภาคส่วน จากนั้นการเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อมของคลองยาว 22 กิโลเมตร ตลอดจนที่พักอาศัยกว่า 7,000 หลังคาเรือนก็ได้เริ่มมีผลงานเป็นที่ประจักษ์เพิ่มขึ้นเรื่อยๆอย่างต่อเนื่อง ซึ่งทำให้แนวคลองกว้างขึ้นจากเดิม 10 – 20 เมตรเป็น 38 เมตรรวมทางเดินทางจักรยานและสวนป่ากลางเมือง คลองที่กว้างขึ้นจึงดูเหมือนเหมือนแม่น้ำสายเล็ก ๆ ชุมชนต่าง ๆ ทั้งทีสร้างเสร็จแล้วและที่กำลังรื้อถอนก่อสร้างเช่น สยามเวนิสหลังวิทยาลัยครูจันทร์เกษม ชุมชนศาลเจ้าพ่อสมบูรณ์ ชุมชมบางบัว และชุมชนเสนานิเวศ ขุมชนบางบัว เป็นต้น ซึ่งล้วนมีความหลากหลายของสีและรูปแบบที่สะท้อนถึงความชอบที่แตกต่างกันของแต่ละชุมชน

“ตอนนี้โครงการทั้งหมดเสร็จไปแล้วและที่กำลังดำเนินการขออนุญาต การรื้อถอนก่อสร้างร่วมกับผู้มีส่วนร่วมมีประมาณครึ่งหนึ่ง และเรากำลังพยายามมุ่งสู่ความสำเร็จในอีกสองปีข้างหน้า” อาจารย์ตั้มกล่าว “เราคาดว่าการเปลี่ยนแปลงนี้จะดึงดูดการท่องเที่ยวพร้อมด้วยการค้าขาย เรือโดยสารแท็กซี่ และเรือโดยสารสาธารณะ รวมถึงสร้างวิสาหกิจเพื่อสังคมตามแนวคลอง อีกทั้งตลอดแนวคลองจะเป็นพื้นที่สีเขียวและป่าเมือง โดยมีระบบบำบัดน้ำที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น”

อาจารย์ตั้มได้แชร์ในงานสัมมนาว่าได้รับความช่วยเหลือด้านการพัฒนาช่องทางการเข้าถึงและเชื่อมต่อชุมชนคลองจากโครงการหลักสูตรการออกแบบพัฒนาชุมชนเมือง มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (UDDI) โดยได้รับการสนันสนุนจากมูลนิธิ Rockefeller Foundation รวมถึงความช่วยเหลือด้านการออกแบบปรับปรุงพื้นที่สาธารณะ หรือพื้นที่ส่วนกลางของชุมชนโดยคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ หลักสูตร INDA จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และรูปแบบธุรกิจขององค์กรทางสังคมจากสถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจศศินทร์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย อีกทั้งมหาวิทยาลัยเพนซิลวาเนีย มหาวิทยาลัยแมรี่แลนด์ – เกนสเลอร์ได้จัดเวิร์กช็อปชุมชนคลองในช่วงหลายปีที่ผ่านมา

ขณะนี้อาจารย์ตั้มได้ร่วมทำงานด้านสถาปัตยกรรมเมืองในโครงการต่างๆร่วมกับกลุ่มบริษัทดีที และ MQDC โดยทีมสถาปนิกเมือง พร้อมๆกับการทำงานภาคปฏิบัติการในการฟื้นฟูชุมชนริมคลองต่างๆไปจนถึงพื้นที่ริมแม่น้ำหรือคลองที่ต่อกับแม่น้ำเจ้าพระยาและชุมชนริมคลองในพัทยา เป็นต้น

“เราได้รับความร่วมมือจากหลายภาคส่วนในการทำปฏิบัติการแผนแม่บทระบบคลอง จากสำนักการระบายน้ำ สำนักต่างๆ ของกรุงเทพมหานครจนเสมือนทีมเดียวกัน” อาจารย์ตั้มกล่าว“นอกจากนี้ยังได้รับความร่วมมือจากกระทรวงมหาดไทย กระทรวงการพัฒนาสังคมฯ สถาบันพัฒองค์กรชุมชน กระทรวงการคลังของกระทรวงการคลังและสถาบันจัดการที่ดินชุมชนแนวใหม่ 5 ภาค (สกทช.) อีกด้วย”

ผลลัพธ์
การยืนยัน